🧠 แบบทดสอบความรู้คริปโต
45 ข้อ · ฟรีเลือกระดับ แล้วตอบ 10 ข้อที่สุ่มมาจากคลัง 45 ข้อ ตอบแล้วรู้ผลทันทีพร้อมคำอธิบายทุกข้อ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด — จุดประสงค์คือให้ได้ความรู้กลับไป ไม่ใช่แค่คะแนน
📚 คลังคำถามทั้งหมดพร้อมเฉลย
มีสปอยล์อยากอ่านทบทวนอย่างเดียวโดยไม่เล่นก็ได้ — กดที่คำถามเพื่อดูเฉลยและคำอธิบาย
ระดับมือใหม่ — พื้นฐานที่ควรรู้ก่อนซื้อเหรียญแรก
Bitcoin จะมีทั้งหมดสูงสุดกี่เหรียญ
21 ล้าน
เพดานอยู่ที่ 21 ล้าน BTC เขียนไว้ในกฎของโปรแกรมตั้งแต่ต้น และเป็นเหตุผลหลักที่คนเรียกว่าเป็นสินทรัพย์ที่หายาก เพราะไม่มีใครสั่งพิมพ์เพิ่มได้
1 Bitcoin แบ่งย่อยได้เป็นกี่ซาโตชิ (satoshi)
100,000,000
1 BTC = 100,000,000 sats หรือหนึ่งร้อยล้านซาโตชิ แปลว่าไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งเหรียญ จะซื้อหลักร้อยบาทก็ได้
แปลงหน่วย BTC ↔ sats →ใครเป็นผู้สร้าง Bitcoin
ซาโตชิ นากาโมโตะ ซึ่งเป็นนามแฝง ยังไม่รู้ตัวจริง
ผู้สร้างใช้ชื่อ Satoshi Nakamoto เผยแพร่เอกสารในปี 2551 แล้วหายไปในปี 2554 จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเป็นใคร และเหรียญในกระเป๋าชุดแรกก็ไม่เคยถูกขยับ
โดยเฉลี่ยแล้วบล็อกใหม่ของ Bitcoin เกิดขึ้นทุกกี่นาที
10 นาที
เครือข่ายตั้งเป้าให้บล็อกออกเฉลี่ยทุก 10 นาที ถ้าออกเร็วหรือช้ากว่านั้น ระบบจะปรับความยากในการขุดให้กลับมาใกล้ 10 นาทีเอง
ดูบล็อกล่าสุดแบบสด →Halving ของ Bitcoin เกิดขึ้นประมาณทุกกี่ปี
ทุก 4 ปี
Halving คือการลดรางวัลที่นักขุดได้ลงครึ่งหนึ่ง เกิดทุก 210,000 บล็อก ซึ่งตกราว 4 ปีครั้ง เป็นกลไกที่ทำให้เหรียญใหม่ออกสู่ตลาดช้าลงเรื่อยๆ
นับถอยหลัง Halving ครั้งถัดไป →Private key ของกระเป๋าคริปโตคืออะไร
กุญแจลับที่ใช้เซ็นอนุมัติการโอน ใครถือคือเจ้าของเหรียญ
Private key คือสิ่งเดียวที่พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ ใครก็ตามที่รู้ค่านี้ย้ายเหรียญออกได้ทันทีโดยไม่ต้องรู้อย่างอื่นเลย จึงห้ามถ่ายรูป ห้ามพิมพ์ลงมือถือ และห้ามบอกใครเด็ดขาด
คำว่า “Not your keys, not your coins” หมายความว่าอะไร
ถ้าไม่ได้ถือกุญแจเอง เท่ากับฝากความเสี่ยงไว้กับคนอื่น
เหรียญที่ทิ้งไว้บนกระดานเทรดอยู่ในความดูแลของกระดาน ไม่ใช่ของเรา ถ้ากระดานล้มหรือถูกแฮก เราเป็นเพียงเจ้าหนี้รายหนึ่ง กรณี FTX ปี 2565 เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด
Stablecoin เช่น USDT หรือ USDC ต่างจากเหรียญทั่วไปอย่างไร
ออกแบบให้ราคาคงที่ โดยตรึงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์อื่น เช่น ดอลลาร์
Stablecoin พยายามรักษามูลค่าให้เท่ากับสินทรัพย์อ้างอิง ส่วนใหญ่คือดอลลาร์สหรัฐ คนใช้เป็นที่พักเงินระหว่างเทรด แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากผู้ออกเหรียญเอง ไม่ใช่ว่าปลอดภัยเสมอไป
ค่าธรรมเนียมที่จ่ายตอนโอน Bitcoin ตกเป็นของใคร
นักขุดที่ยืนยันธุรกรรมนั้นลงบล็อก
นักขุดเป็นคนเลือกว่าจะหยิบธุรกรรมไหนใส่บล็อก จึงมักหยิบอันที่ให้ค่าธรรมเนียมสูงก่อน ช่วงที่คนโอนกันเยอะ ค่าธรรมเนียมจึงแพงขึ้นตามการแย่งกัน
ดูค่าธรรมเนียมตอนนี้ →ถ้าโอน Bitcoin ไปผิดที่อยู่ จะทำอย่างไรได้บ้าง
ทำอะไรไม่ได้ ธุรกรรมที่ยืนยันแล้วย้อนกลับไม่ได้
ธุรกรรมที่เข้าบล็อกแล้วถือว่าจบ ไม่มีตัวกลางที่มีอำนาจย้อนคืน ทางเดียวคือหวังว่าผู้รับจะยอมโอนกลับ นี่คือเหตุผลที่ควรทดลองโอนยอดน้อยๆ ก่อนทุกครั้ง
ตรวจที่อยู่ก่อนโอน →ชุดคำ 12 หรือ 24 คำ (seed phrase) ที่กระเป๋าให้มาตอนสร้างใช้ทำอะไร
ใช้กู้กระเป๋าคืนทั้งใบเมื่อเครื่องหาย
Seed phrase สร้างกุญแจทั้งหมดในกระเป๋าขึ้นมาใหม่ได้ ใครได้ไปก็เอาเหรียญไปได้ทั้งใบ จึงควรเขียนลงกระดาษเก็บออฟไลน์ ไม่ถ่ายรูป ไม่เก็บในแชท และไม่กรอกในเว็บใดๆ ทั้งสิ้น
คำว่า Altcoin หมายถึงอะไร
เหรียญคริปโตอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Bitcoin
Altcoin ย่อมาจาก alternative coin ใช้เรียกรวมทุกเหรียญที่ไม่ใช่ Bitcoin ไม่ได้บอกว่าดีหรือแย่ เป็นแค่คำจัดกลุ่ม
ดูเหรียญ 100 อันดับแรก →Blockchain ของ Bitcoin มีลักษณะอย่างไร
เป็นบัญชีสาธารณะที่ใครก็เปิดดูย้อนหลังได้ทุกธุรกรรม
ทุกธุรกรรมตั้งแต่บล็อกแรกเปิดให้ตรวจสอบได้ทั้งหมด สิ่งที่ไม่เปิดเผยคือชื่อจริงของเจ้าของที่อยู่ ไม่ใช่ตัวรายการ
เปิดดูบล็อกจริง →กำไรจากการขายคริปโตในไทย เกี่ยวข้องกับภาษีอย่างไร
ถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
กรมสรรพากรถือว่ากำไรจากคริปโตเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปยื่น ควรเก็บหลักฐานต้นทุนและรายการซื้อขายไว้ให้ครบ รายละเอียดขึ้นกับกรณี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
เครื่องคำนวณภาษีคริปโต →ข้อความแบบไหนที่ควรสงสัยว่าเป็นการหลอกลวงมากที่สุด
การันตีผลตอบแทน 10% ต่อเดือน ไม่มีความเสี่ยง
ไม่มีการลงทุนใดให้ผลตอบแทนสูงโดยไม่มีความเสี่ยง คำว่าการันตีบวกตัวเลขสวยๆ เป็นสัญญาณของแชร์ลูกโซ่ที่พบบ่อยที่สุด และมักจบด้วยการปิดหนีเมื่อเงินใหม่ไหลเข้าไม่ทัน
ระดับกลาง — ศัพท์และกลไกที่เจอบ่อยเวลาใช้งานจริง
Mempool คืออะไร
ที่พักของธุรกรรมที่ส่งเข้าเครือข่ายแล้วแต่ยังไม่ถูกใส่ลงบล็อก
ธุรกรรมที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจะรออยู่ใน mempool ถ้าคนโอนเยอะจนคิวยาว ค่าธรรมเนียมจะถูกดันขึ้นเพราะทุกคนแย่งกันเข้าบล็อกก่อน
ดู mempool แบบสด →หน่วย sat/vB ที่เห็นตอนตั้งค่าธรรมเนียมโอน หมายถึงอะไร
จำนวนซาโตชิที่จ่ายต่อขนาดข้อมูลของธุรกรรม
ค่าธรรมเนียม Bitcoin คิดตามขนาดข้อมูล ไม่ใช่ตามจำนวนเงินที่โอน โอน 10 บาทกับโอน 10 ล้านบาทจ่ายเท่ากันได้ถ้าธุรกรรมขนาดเท่ากัน
ค่าธรรมเนียมแนะนำตอนนี้ →เครือข่าย Bitcoin ปรับความยากในการขุด (difficulty) ทุกกี่บล็อก
2,016 บล็อก
ทุก 2,016 บล็อก หรือราวสองสัปดาห์ ระบบจะดูว่าที่ผ่านมาบล็อกออกเร็วหรือช้ากว่า 10 นาที แล้วปรับความยากให้กลับเข้าเป้า ส่วน 210,000 บล็อกคือรอบของ halving คนละตัวกัน
ดูรอบปรับความยากถัดไป →หลัง Halving ปี 2567 นักขุดได้รางวัลบล็อกละกี่ BTC (ไม่รวมค่าธรรมเนียม)
3.125 BTC
รางวัลเริ่มที่ 50 BTC ในปี 2552 แล้วลดครึ่งมาเรื่อยๆ ปัจจุบันอยู่ที่ 3.125 BTC ต่อบล็อก และจะลดเหลือครึ่งหนึ่งอีกครั้งในราวปี 2571
ไทม์ไลน์ Halving →Proof of Work ต่างจาก Proof of Stake ตรงไหน
PoW ใช้พลังประมวลผลแข่งกัน ส่วน PoS ใช้การวางเหรียญค้ำเพื่อได้สิทธิ์ยืนยัน
Bitcoin ใช้ PoW คือใช้ไฟฟ้าและเครื่องแข่งกันหาคำตอบ ส่วน Ethereum เปลี่ยนมาใช้ PoS ในปี 2565 ซึ่งให้ผู้ที่วางเหรียญค้ำเป็นผู้ยืนยันแทน จึงกินไฟน้อยกว่ามาก
Lightning Network คืออะไร
ชั้นที่สร้างทับ Bitcoin เพื่อให้โอนเร็วและค่าธรรมเนียมถูกลง
Lightning เป็นเลเยอร์ 2 ที่เปิดช่องทางชำระเงินระหว่างกัน ทำให้จ่ายยอดเล็กๆ ได้แทบจะทันทีและค่าธรรมเนียมต่ำมาก แล้วค่อยไปสรุปยอดลงบล็อกเชนหลักทีเดียว
UTXO ในระบบ Bitcoin คืออะไร
เศษเหรียญที่ยังไม่ถูกใช้ เปรียบได้กับธนบัตรแต่ละใบในกระเป๋า
Bitcoin ไม่ได้เก็บเป็นยอดคงเหลือ แต่เก็บเป็นก้อนเงินที่ยังไม่ถูกใช้ เวลาโอนจะหยิบก้อนมาใช้ทั้งก้อนแล้วทอนกลับ เหมือนจ่ายแบงก์พันแล้วรับเงินทอน ยิ่งมีเศษก้อนเล็กเยอะ ธุรกรรมยิ่งใหญ่และค่าธรรมเนียมยิ่งแพง
Cold wallet ต่างจาก hot wallet อย่างไร
Cold wallet เก็บกุญแจแบบไม่ต่อเน็ต จึงปลอดภัยจากการถูกแฮกออนไลน์มากกว่า
Hot wallet คือกระเป๋าที่เชื่อมอินเทอร์เน็ต สะดวกแต่เสี่ยงกว่า ส่วน cold wallet เช่นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เก็บกุญแจแบบออฟไลน์ เหมาะกับเงินก้อนที่ไม่ได้ใช้บ่อย
คำว่า Gas fee เป็นค่าธรรมเนียมของเครือข่ายใด
Ethereum
Gas เป็นศัพท์ของฝั่ง Ethereum ใช้วัดปริมาณงานที่สัญญาอัจฉริยะกิน ส่วน Bitcoin เรียกค่าธรรมเนียมตรงๆ และคิดจากขนาดข้อมูลเป็น sat/vB
กองทุน ETF Bitcoin แบบสปอต (spot ETF) ต่างจากแบบฟิวเจอร์สอย่างไร
แบบสปอตถือ Bitcoin จริงไว้หนุนหลัง ส่วนฟิวเจอร์สถือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ETF สปอตต้องไปซื้อ Bitcoin จริงมาเก็บตามเงินที่ไหลเข้า จึงกระทบอุปสงค์จริงในตลาด ส่วนแบบฟิวเจอร์สถือเป็นสัญญาที่อ้างอิงราคา ไม่ได้ซื้อเหรียญจริง
มูลค่าตลาด (market cap) ของเหรียญคำนวณอย่างไร
ราคา × จำนวนเหรียญที่หมุนเวียนอยู่
เหรียญราคาถูกไม่ได้แปลว่า “ยังขึ้นได้อีกเยอะ” เพราะถ้ามีจำนวนเหรียญมหาศาล มูลค่าตลาดอาจใหญ่กว่าเหรียญที่ราคาต่อหน่วยสูงกว่าเสียอีก ต้องดูมูลค่าตลาดเป็นหลัก ไม่ใช่ราคาต่อเหรียญ
เทียบมูลค่าตลาด 100 อันดับ →DCA (Dollar-Cost Averaging) คือกลยุทธ์แบบใด
ทยอยซื้อด้วยจำนวนเงินเท่าเดิมเป็นงวดๆ ไม่ว่าราคาจะเป็นเท่าไร
DCA ตัดปัญหาการเดาจังหวะตลาดออกไป เพราะซื้อสม่ำเสมอด้วยยอดคงที่ ได้ของแพงบ้างถูกบ้างเฉลี่ยกันไป ข้อดีคือทำได้จริงในทางปฏิบัติ ไม่ได้แปลว่าจะกำไรเสมอ
ลองคำนวณ DCA ย้อนหลัง →ดัชนี Fear & Greed ของตลาดคริปโตวัดอะไร
อารมณ์โดยรวมของตลาด ตั้งแต่กลัวจัดถึงโลภจัด
ดัชนีให้คะแนน 0 ถึง 100 โดยรวมความผันผวน โมเมนตัม โซเชียล และปัจจัยอื่นเข้าด้วยกัน ใช้ดูบรรยากาศตลาดได้ แต่ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายในตัวมันเอง
ดูดัชนีวันนี้ →ถ้าเหรียญหนึ่งอยู่บนกระดานไทยแต่ปริมาณซื้อขายเป็นศูนย์และไม่มีราคาเสนอ แปลว่าอะไร
เหรียญยังอยู่ในรายการ แต่ถูกระงับการซื้อขาย จึงเข้าออกไม่ได้จริง
สถานะแบบนี้ต่างจากการไม่มีเหรียญเลย คือมีชื่ออยู่แต่เทรดไม่ได้ มักเกิดกับเหรียญที่ติดข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ถ้าไม่สังเกตอาจเข้าใจผิดว่าซื้อขายได้ตามปกติ
เช็กว่าเหรียญไหนซื้อได้จริงในไทย →ที่อยู่ Bitcoin ที่ขึ้นต้นด้วย bc1 คือรูปแบบใด
ที่อยู่รูปแบบใหม่ (bech32) ที่ใช้กับ SegWit ค่าธรรมเนียมมักถูกกว่า
ที่อยู่ยุคแรกขึ้นต้นด้วย 1 ต่อมาเป็น 3 และปัจจุบันคือ bc1 ซึ่งทำให้ธุรกรรมมีขนาดเล็กลงจึงเสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่า ส่วน bc1p เป็นรูปแบบของ Taproot
ตรวจรูปแบบที่อยู่ →ระดับเซียน — เรื่องเทคนิคและตัวชี้วัดที่คนส่วนใหญ่ตอบไม่ได้
ในบล็อกแรกสุดของ Bitcoin (Genesis block) มีข้อความอะไรฝังอยู่
พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ The Times วันที่ 3 มกราคม 2552 เรื่องการอุ้มธนาคาร
ข้อความคือพาดหัว “Chancellor on brink of second bailout for banks” ทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือพิสูจน์ว่าบล็อกไม่ได้ถูกสร้างก่อนวันนั้น และประกาศจุดยืนต่อระบบธนาคารที่ต้องพึ่งการอุ้มจากรัฐ
ไทม์ไลน์ Bitcoin →SegWit ที่เริ่มใช้ในปี 2560 แก้ปัญหาอะไรเป็นหลัก
แยกลายเซ็นออกจากตัวธุรกรรม แก้ปัญหา transaction malleability และเพิ่มพื้นที่ในบล็อก
การย้ายลายเซ็นออกไปไว้ส่วนแยกทำให้รหัสอ้างอิงธุรกรรมไม่ถูกดัดแปลงระหว่างรอยืนยันอีกต่อไป ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ Lightning Network เกิดขึ้นได้ และยังทำให้ใส่ธุรกรรมต่อบล็อกได้มากขึ้นด้วย
Taproot ที่เปิดใช้ปลายปี 2564 ให้ประโยชน์อะไร
ทำให้ธุรกรรมที่มีเงื่อนไขซับซ้อนดูเหมือนธุรกรรมธรรมดา และประหยัดพื้นที่ขึ้น
Taproot นำลายเซ็นแบบ Schnorr มาใช้ ทำให้รวมหลายลายเซ็นเป็นอันเดียวได้ ผลคือกระเป๋าหลายลายเซ็นหรือสัญญาที่มีเงื่อนไขจะดูไม่ต่างจากการโอนธรรมดาเลย ได้ทั้งความเป็นส่วนตัวและค่าธรรมเนียมที่ถูกลง
Nonce ในการขุด Bitcoin ทำหน้าที่อะไร
เป็นตัวเลขที่นักขุดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อหาค่าแฮชที่เข้าเงื่อนไข
การขุดคือการลองเปลี่ยน nonce แล้วคำนวณแฮชซ้ำๆ จนได้ค่าที่เล็กกว่าเป้าหมายที่กำหนด ไม่มีทางลัด ต้องเดาไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า proof of work
การโจมตีแบบ 51% ทำให้ผู้โจมตีทำอะไรได้
ย้อนธุรกรรมของตัวเองเพื่อใช้เหรียญซ้ำ และกันไม่ให้ธุรกรรมบางรายการเข้าบล็อก
ผู้ที่คุมพลังขุดเกินครึ่งสามารถสร้างสายบล็อกที่ยาวกว่าเพื่อกลับรายการของตัวเองได้ แต่ยังทำสองอย่างไม่ได้เด็ดขาด คือเสกเหรียญเกินเพดาน และเซ็นโอนเหรียญของคนอื่น เพราะทั้งสองอย่างต้องใช้กุญแจส่วนตัว
Hashprice ที่นักขุดใช้กัน หมายถึงอะไร
รายได้ที่พลังขุด 1 TH/s ทำได้ต่อวัน
Hashprice รวมทุกตัวแปรไว้ในเลขเดียว ทั้งราคา Bitcoin รางวัลบล็อก ค่าธรรมเนียม และพลังขุดทั้งเครือข่าย จุดที่คนมักพลาดคือ hashprice ลดลงได้แม้ราคา Bitcoin จะขึ้น ถ้ามีคนเอาเครื่องมาขุดแข่งมากขึ้น
ดู Hashprice สด →ค่า J/TH ของเครื่องขุดบอกอะไร และค่าแบบไหนดีกว่า
บอกว่ากินไฟกี่จูลต่อพลังขุดหนึ่งเทระแฮช ยิ่งต่ำยิ่งดี
J/TH คือประสิทธิภาพพลังงาน เครื่องที่ต่ำกว่าจะได้พลังขุดเท่ากันโดยจ่ายค่าไฟน้อยกว่า สำหรับประเทศที่ค่าไฟแพงอย่างไทย ตัวเลขนี้สำคัญกว่าพลังขุดดิบเสียอีก
เทียบเครื่องขุดแต่ละรุ่น →Mayer Multiple คำนวณจากอะไร
ราคาปัจจุบัน หารด้วยค่าเฉลี่ยราคา 200 วัน
เป็นการวัดว่าราคาตอนนี้ห่างจากค่าเฉลี่ยระยะยาวแค่ไหน ค่าสูงมากมักตรงกับช่วงที่ตลาดร้อนจัด ค่าต่ำมากมักตรงกับช่วงตลาดหมี แต่เป็นเพียงบริบท ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย
ดูตัวชี้วัดทั้งหมด →NVT ratio เทียบอะไรกับอะไร
มูลค่าตลาด เทียบกับมูลค่าธุรกรรมที่เกิดบนเครือข่าย
คนมักเปรียบ NVT กับค่า P/E ของหุ้น คือดูว่ามูลค่าเครือข่ายแพงไปไหมเมื่อเทียบกับการใช้งานจริงที่วัดจากมูลค่าที่โอนกันบนเชน
ดู NVT ปัจจุบัน →Replace-by-Fee (RBF) ใช้ทำอะไร
ส่งธุรกรรมใหม่ทับของเดิมที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยเพิ่มค่าธรรมเนียมให้สูงขึ้น
ถ้าตั้งค่าธรรมเนียมต่ำไปจนธุรกรรมค้างใน mempool สามารถส่งใหม่ด้วยค่าธรรมเนียมสูงกว่าเพื่อแซงคิวได้ ข้อควรรู้คือใช้ได้เฉพาะตอนที่ยังไม่ถูกยืนยัน และเปลี่ยนปลายทางหลังยืนยันแล้วไม่ได้
ประเมินค่าธรรมเนียมก่อนส่ง →Ordinals และ Inscriptions บน Bitcoin คืออะไร
วิธีฝังข้อมูล เช่น รูปภาพ ลงไปบนซาโตชิแต่ละหน่วย
Ordinals ให้เลขลำดับกับซาโตชิแต่ละหน่วย แล้วผูกข้อมูลเข้าไปได้ ผลข้างเคียงที่คนใช้งานสัมผัสได้คือช่วงที่มีการฝังข้อมูลกันมาก บล็อกจะเต็มเร็วและค่าธรรมเนียมโอนแพงขึ้นชัดเจน
โมเดล Stock-to-Flow มองสินทรัพย์จากอะไร
ปริมาณที่มีอยู่แล้ว เทียบกับปริมาณที่ผลิตใหม่ต่อปี
ยิ่งของที่มีอยู่เยอะเทียบกับที่ผลิตใหม่ ยิ่งถือว่าหายาก และ halving ทำให้อัตราส่วนนี้เพิ่มเป็นขั้นๆ ควรรู้ด้วยว่าโมเดลนี้ถูกวิจารณ์หนักเรื่องความแม่นยำในการทำนายราคา จึงไม่ควรใช้ตัดสินใจลงทุน
ถ้าช่วง 2,016 บล็อกที่ผ่านมาบล็อกออกเร็วกว่า 10 นาทีต่อบล็อก รอบปรับถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น
ความยากจะเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้ต่อเครื่องของนักขุดลดลง
บล็อกออกเร็วแปลว่ามีพลังขุดเข้ามาเพิ่ม ระบบจึงเพิ่มความยากให้กลับไปใกล้ 10 นาที ผลคือนักขุดแต่ละรายได้ส่วนแบ่งน้อยลงทั้งที่ราคาไม่ได้เปลี่ยน
ดูรอบปรับถัดไป →เมื่อขุดครบ 21 ล้านเหรียญแล้ว นักขุดจะได้อะไรเป็นแรงจูงใจ
ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมเพียงอย่างเดียว
รางวัลบล็อกจะลดลงจนเหลือศูนย์ในราวปี 2683 หลังจากนั้นค่าธรรมเนียมจะเป็นรายได้ทางเดียวของนักขุด ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่ว่าจะเพียงพอต่อการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายหรือไม่
การรันโหนด Bitcoin ของตัวเอง ให้ประโยชน์อะไรกับผู้ใช้
ตรวจสอบกฎของเครือข่ายได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเชื่อข้อมูลจากคนอื่น
โหนดตรวจทุกกฎด้วยตัวเอง ทั้งเพดาน 21 ล้านและความถูกต้องของทุกธุรกรรม จุดที่คนสับสนบ่อยคือโหนดไม่ใช่เครื่องขุดและไม่ได้รับรางวัลบล็อก ประโยชน์คือความเป็นส่วนตัวและการไม่ต้องเชื่อใคร
คำนวณต้นทุนรันโหนด →อยากเก่งขึ้นอ่านต่อที่ไหน
- เรียนรู้ Bitcoin ตั้งแต่ต้น — ปูพื้นเรียงลำดับให้ ตั้งแต่คริปโตคืออะไรจนถึงการเก็บรักษา
- คลังศัพท์คริปโต — ศัพท์ที่เจอบ่อย อธิบายสั้นๆ ทีละคำ
- ตัวชี้วัดว่าตอนนี้ถูกหรือแพง — Mayer Multiple, NVT และตัวอื่นที่โผล่ในระดับเซียน
- บทความทั้งหมด — เจาะลึกทีละเรื่อง ภาษาไทย
⚠️ แบบทดสอบนี้ทำเพื่อการเรียนรู้ คำอธิบายเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และเรื่องภาษีควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง เพราะรายละเอียดขึ้นอยู่กับกรณีของแต่ละคน