เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2024 ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) อนุมัติกองทุน spot Bitcoin ETF ชุดแรกให้ซื้อขายในตลาดหุ้นอเมริกาได้ หลังจากปฏิเสธคำขอมานานกว่าสิบปี นี่เป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนโครงสร้างผู้ซื้อ Bitcoin ไปพอสมควร เพราะเปิดทางให้เงินสถาบันที่มีข้อจำกัดว่าซื้อได้เฉพาะหลักทรัพย์จดทะเบียนเข้ามาได้

แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อยคำถามที่ตรงกว่าคือ มันต่างจากการกดซื้อ BTC บนกระดานเทรดยังไง และเราควรสนใจไหม

ETF คืออะไรก่อน

ETF (Exchange-Traded Fund) คือกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหุ้นเหมือนหุ้นตัวหนึ่ง กองทุนไปถือสินทรัพย์อ้างอิงไว้ แล้วออกหน่วยลงทุนให้คนซื้อขายกันแทน คุณจึงได้ผลตอบแทนตามสินทรัพย์นั้นโดยไม่ต้องไปถือของจริงเอง

spot Bitcoin ETF จึงแปลว่า กองทุนไปซื้อ Bitcoin จริงมาเก็บไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian) แล้วราคาหน่วยลงทุนก็ขึ้นลงตามราคา Bitcoin คำว่า spot สำคัญ เพราะก่อนหน้านี้สหรัฐอนุมัติเฉพาะ futures ETF ซึ่งถือสัญญาล่วงหน้าไม่ใช่เหรียญจริง และมีต้นทุนแฝงจากการต่อสัญญาแต่ละรอบ

ต่างจากซื้อ BTC เองยังไง — ตารางเปรียบเทียบแบบตรงไปตรงมา

  • ใครถือกุญแจ — ETF: กองทุน/custodian ถือให้ · ซื้อเอง: คุณถือเอง ถ้าถอนออกกระเป๋าตัวเอง
  • ค่าธรรมเนียม — ETF: เก็บรายปีจากมูลค่าทรัพย์สิน (ส่วนใหญ่อยู่ราว 0.2-0.25% ต่อปี ยกเว้นบางกองที่แพงกว่ามาก) · ซื้อเอง: จ่ายค่าธรรมเนียมตอนซื้อขายครั้งเดียว แล้วถือฟรี
  • เวลาซื้อขาย — ETF: เฉพาะเวลาตลาดหุ้นเปิด · ซื้อเอง: 24 ชั่วโมง 7 วัน
  • ใช้จ่ายจริงได้ไหม — ETF: ไม่ได้ เป็นแค่ตัวเลขในพอร์ต · ซื้อเอง: โอนได้ ใช้ได้
  • ความเสี่ยงที่เพิ่มมา — ETF: ความเสี่ยงของผู้ออกกองและ custodian · ซื้อเอง: ความเสี่ยงที่คุณจะทำกุญแจหายเอง
  • ภาษี — คนละหมวดกันสำหรับผู้เสียภาษีไทย และซับซ้อนกว่าที่คิด ดูหัวข้อถัดไป

ทำไมคนถึงเลือก ETF ทั้งที่ซื้อเหรียญตรง ๆ ก็ได้

เหตุผลหลักไม่ใช่เรื่องผลตอบแทน แต่เป็นเรื่องโครงสร้าง กองทุนบำเหน็จบำนาญ ที่ปรึกษาการเงิน และบัญชีเกษียณจำนวนมากมีกฎภายในว่าลงทุนได้เฉพาะหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน — เงินก้อนเหล่านั้นซื้อ Bitcoin ตรง ๆ ไม่ได้เลยไม่ว่าจะอยากซื้อแค่ไหน ETF จึงเป็นทางเดียวที่เปิดให้

สำหรับรายย่อยทั่วไป ข้อดีที่จับต้องได้คือไม่ต้องจัดการกุญแจเอง อยู่ในบัญชีหลักทรัพย์เดียวกับหุ้นตัวอื่น และมีเอกสารภาษีที่ระบบการเงินเดิมคุ้นเคย ส่วนข้อเสียคือคุณจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีไปเรื่อย ๆ เพื่อสิ่งที่คุณทำเองได้ฟรี และคุณไม่ได้ถือของจริง ซึ่งขัดกับเหตุผลตั้งต้นข้อหนึ่งของ Bitcoin

คนไทยซื้อได้ไหม

กองเหล่านี้จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ไม่ได้ขายในไทยโดยตรง ทางเข้าถึงตามปกติคือผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ ซึ่งโบรกเกอร์ไทยแต่ละเจ้าเปิดให้ซื้อหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ไม่เท่ากัน และเงื่อนไขเปลี่ยนได้ตามประกาศของหน่วยงานกำกับ

จึงต้องเช็กกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้อยู่โดยตรงว่ารายการนี้ซื้อได้หรือไม่ ณ ปัจจุบัน — อย่าเชื่อโพสต์เก่าในกลุ่มไลน์หรือเฟซบุ๊ก เพราะข้อมูลประเภทนี้ล้าสมัยเร็วมาก

เรื่องภาษีก็ไม่เหมือนกัน กำไรจากหลักทรัพย์ต่างประเทศกับกำไรจากคริปโตอยู่คนละเกณฑ์ และเกณฑ์เงินได้จากต่างประเทศของไทยมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลัง เรื่องนี้ควรถามผู้ทำบัญชีก่อนลงเงินจริง ไม่ใช่ถามหลังจากขายไปแล้ว · ฝั่งคริปโตอ่านได้ที่ ภาษีคริปโตในไทย

แล้ว ETF ทำให้ราคา Bitcoin ขึ้นจริงไหม

ในทางกลไก ETF ที่ถือเหรียญจริงต้องไปซื้อเหรียญในตลาดตามเงินที่ไหลเข้ามา ดังนั้นแรงซื้อมีอยู่จริง ไม่ใช่แค่กระดาษ และเป็นข้อแตกต่างสำคัญจาก futures ETF

แต่ต้องระวังการอ่านข่าวแบบทางเดียว เพราะเงินไหลออกก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน และตัวเลข “inflow วันนี้” ที่เห็นตามข่าวมักเป็นยอดสุทธิระยะสั้นที่ผันผวนสูง การเอาตัวเลขวันเดียวไปสรุปทิศทางตลาดมักผิดมากกว่าถูก

ถ้าอยากดูภาพราคาระยะยาวด้วยตัวเองแทนการอ่านพาดหัวข่าว ลองใช้ กราฟราคา Bitcoin หรือดูว่าถ้าซื้อวันนั้นวันนี้จะเป็นยังไงที่ ถ้าซื้อบิทคอยน์ตอนนั้น

สรุป

  • spot Bitcoin ETF = กองทุนถือ BTC จริงให้ ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ อนุมัติ ม.ค. 2024
  • สะดวกและอยู่ในระบบการเงินเดิม แต่มีค่าธรรมเนียมรายปีและคุณไม่ได้ถือกุญแจ
  • คนไทยเข้าถึงผ่านบัญชีหุ้นต่างประเทศเท่านั้น ต้องเช็กกับโบรกเกอร์เอง
  • ถ้าเป้าหมายคือถือยาวและอยากควบคุมเอง การซื้อเหรียญแล้วเก็บใน cold wallet ตรงกับเหตุผลตั้งต้นมากกว่า
  • เนื้อหานี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน