Stock-to-Flow (S2F) เป็นวิธีวัดว่าสินทรัพย์อย่างหนึ่ง “หายาก” แค่ไหน เป็นแนวคิดที่ถูกพูดถึงมากในวงการ Bitcoin แต่ก็เป็นแนวคิดที่ถูกใช้ผิดบ่อยที่สุดเช่นกัน บทความนี้อธิบายทั้งสองด้าน

Stock-to-Flow คำนวณยังไง

สูตรง่ายมาก: เอาปริมาณที่มีอยู่ทั้งหมดในโลก (stock) หารด้วยปริมาณที่ผลิตเพิ่มใหม่ในหนึ่งปี (flow) ผลลัพธ์บอกว่าถ้าจะผลิตของที่มีอยู่ทั้งหมดขึ้นมาใหม่ ต้องใช้เวลากี่ปี

ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งแปลว่าอุปทานใหม่มีผลกระทบต่อของที่มีอยู่น้อย จึงถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ “แข็ง” หรือรักษามูลค่าได้ดีกว่า

เทียบทองคำ เงิน และ Bitcoin

  • ทองคำมี S2F สูงที่สุดในบรรดาโลหะมีค่า เพราะทองคำที่ขุดขึ้นมาแล้วแทบไม่ถูกทำลาย สะสมต่อกันมาเป็นพันปี ขณะที่การขุดใหม่แต่ละปีเพิ่มปริมาณรวมเพียงเล็กน้อย
  • โลหะเงิน (silver) มี S2F ต่ำกว่ามาก เพราะถูกใช้ในอุตสาหกรรมจนหมดไปเรื่อย ๆ และผลิตใหม่ได้มากกว่า
  • Bitcoin มีอุปทานใหม่ที่ลดลงครึ่งหนึ่งทุก ๆ ประมาณ 4 ปีจากกลไก Halving ทำให้ค่า S2F เพิ่มขึ้นตามเวลาโดยอัตโนมัติ และมีเพดานสูงสุดที่ 21 ล้านเหรียญ

ข้อจำกัดสำคัญ: S2F ทำนายราคาไม่ได้

ตรงนี้ต้องพูดให้ชัด เพราะมีคนจำนวนมากถูกชักจูงด้วยกราฟ S2F จนตัดสินใจลงทุนผิดพลาด

มีผู้พยายามนำ S2F มาสร้างเป็นโมเดลทำนายราคา Bitcoin ซึ่งเคยได้รับความนิยมสูงมากในช่วงปี 2020–2021 แต่คำทำนายเริ่มคลาดเคลื่อนตั้งแต่ปลายปี 2021 และในเดือนมิถุนายน 2022 ราคา Bitcoin ก็หลุดกรอบล่างของโมเดลเป็นครั้งแรก

  • โมเดลนี้มองแต่ฝั่งอุปทาน โดยละเลยฝั่งอุปสงค์ทั้งหมด ซึ่งขัดกับหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน
  • นักเศรษฐมิติหลายรายตรวจสอบแล้วพบว่าโมเดลไม่ผ่านการทดสอบทางสถิติ และมีปัญหาเรื่อง spurious regression
  • นักพัฒนาและนักวิเคราะห์จำนวนมาก รวมถึง Vitalik Buterin วิจารณ์ว่าโมเดลที่ทำให้คนรู้สึกว่าราคาจะขึ้นแน่นอนเป็นสิ่งที่เป็นอันตราย

แล้วควรใช้ S2F ยังไงถึงจะถูก

ใช้มันเป็น “แนวคิดอธิบายความหายาก” ได้ เพราะมันช่วยให้เข้าใจว่าทำไมของบางอย่างถึงรักษามูลค่าได้ดีกว่าของอื่นในระยะยาว — และช่วยอธิบายว่าทำไมลูกปัดแก้วหรือเงินพดด้วงถึงล้มเหลว เมื่อการผลิตเพิ่มกลายเป็นเรื่องง่าย

แต่อย่าใช้มันเป็นเครื่องมือคาดการณ์ราคา ความหายากเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่กำหนดราคา ยังมีความต้องการ สภาพคล่อง กฎระเบียบ และอารมณ์ตลาดที่มีน้ำหนักไม่แพ้กัน

สรุป

S2F เป็นเลนส์ที่ดีสำหรับมองความหายาก แต่เป็นเข็มทิศที่แย่สำหรับการทำนายราคา ใครก็ตามที่เอากราฟ S2F มาบอกว่าราคาจะไปถึงเท่านั้นเท่านี้ภายในปีไหน ควรถูกฟังด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง — บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน