🔐 Multisig 2-of-3 ทำงานยังไง
ลากกุญแจมาเสียบเองกระเป๋าทั่วไปมีกุญแจดอกเดียว หายก็จบ โดนขโมยก็จบ — Multisig 2-of-3 ใช้กุญแจ 3 ดอก แต่ต้องการแค่ 2 ดอกในการย้ายเงิน ลองลาก (หรือแตะ) กุญแจมาเสียบในตู้ด้านล่างดูเอง
ลากกุญแจ (หรือแตะ) ไปเสียบในตู้ — ครบ 2 ใน 3 ดอก ตู้ก็ปลดล็อก ไม่ว่าจะเป็นดอกไหนคู่กับดอกไหน
Multisig 2-of-3 คือกระเป๋าที่ต้องมีลายเซ็นจากอย่างน้อย 2 ใน 3 กุญแจถึงจะย้ายเงินได้ — ไม่ต้องครบทั้ง 3 และไม่สำคัญว่าเป็นคู่ไหน ต่างจากกระเป๋าทั่วไปที่มีกุญแจเดียวและต้องใช้กุญแจนั้นทุกครั้ง
Multisig คืออะไร
Multisig (multi-signature) คือกระเป๋า Bitcoin ที่ต้องการลายเซ็นจากหลายกุญแจ ถึงจะย้ายเงินออกได้ แบบ “M-of-N” เช่น 2-of-3 ที่ใช้สาธิตในหน้านี้ หมายความว่า มีกุญแจทั้งหมด 3 ดอก แต่ใช้แค่ 2 ดอกก็เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นคู่ไหนก็ตาม
ทำไมถึงปลอดภัยกว่ากระเป๋าเดี่ยว
กระเป๋าเดี่ยว (single-sig) มีจุดอ่อนเดียวที่ชัดเจน — กุญแจหายเงินหาย กุญแจถูกขโมยเงินหมด ไม่มีทางที่สอง Multisig แก้ปัญหานี้สองด้านพร้อมกัน: เสียกุญแจไป 1 ดอกยังกู้เงินคืนได้ (ลองเล่นฉากที่ 2) และถ้ากุญแจถูกขโมยไป 1 ดอก คนร้ายก็ยังโอนเงินออกไม่ได้ (ลองเล่นฉากที่ 3)
ใครควรใช้ multisig
นักลงทุนรายใหญ่ ธุรกิจที่ต้องการให้หลายคนอนุมัติก่อนย้ายเงิน หรือใครก็ตามที่อยากมีแผนสำรอง กรณีกุญแจหลักเสียหาย มักตั้งค่า multisig แบบ 2-of-3 โดยกระจายกุญแจไว้คนละที่ — เช่น มือถือ ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่บ้าน และอีกดอกฝากไว้กับที่ปลอดภัยอื่นหรือเผื่อไว้เป็นมรดก
เกี่ยวกับตัวอย่างในหน้านี้
กุญแจและตู้ในหน้านี้เป็นภาพเปรียบเทียบเพื่อการสอน ของจริงคือกระเป๋า multisig ใช้ลายเซ็นดิจิทัล จากกุญแจแต่ละดอกจริงๆ (ดูกลไกจริงได้ที่ ลายเซ็นดิจิทัลทำงานยังไง) — ตรรกะ “2 ใน 3 พอ” เหมือนกันเป๊ะ แค่แทนที่กุญแจโลหะด้วย private key
อยากรู้ต่อว่าแต่ละกุญแจมาจากไหน ลองเล่น Seed Phrase ทำงานยังไง · หรือดูว่าทำไมเดากุญแจของใครไม่ได้เลยที่ ทำไมเดา Private Key ไม่ได้ · หรือกลับไปที่ เส้นทางเรียนรู้ Bitcoin สำหรับมือใหม่